Holidays Playful

ตระเวนชิมร้านมิชลิน แบบจับต้องได้

104 ครั้ง

มิชลินสตาร์คืออะไร ?

  • ไกด์บุ๊คเล่มเล็กๆ สีแดง ที่ใช้ในการบอกเส้นทางของสถานที่ต่างๆ เช่น ร้านอาหาร และโรงแรม
  • ประเทศแรกที่มีการจัดลำดับมิชลินสตาร์ คือ ฝรั่งเศส แล้วค่อยๆ ขยายออกไปหลายต่อหลายเมืองในยุโรป อเมริกาเหนือ และล่าสุดได้เข้ามาเอเชีย ในปี 2006
  • ประเทศในเอเชียที่มิชลินเข้ามาแล้ว คือ จีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์, เกาหลีใต้, ใต้หวัน, และไทย
  • ประเทศในเอเชียที่มีการจัดทำไกด์บุ๊คและให้มิชลินสตาร์แล้ว คือ จีน, ญี่ปุ่น,  ฮ่องกง, สิงคโปร์, ไทย
 

ทำยังไงถึงได้มิชลินสตาร์ ?

  • การตัดสินว่าจะได้มิชลินสตาร์หรือไม่ และได้กี่ดวง ยึดจากหลักเกณฑ์ 5 อย่าง คือ คุณภาพของส่วนผสม, ทักษะในการปรุง, รสชาติและความคิดสร้างสรรค์, ราคาอาหาร และความคงที่ของคุณภาพอาหาร
  • เกณฑ์การตัดสิน มาจากนักชิมของมิชลินไกด์ ที่มีอาชีพหลักเป็นนายธนาคาร ทนาย หมอ หรือนักธุรกิจที่ยินดีตระเวนชิมด้วยความเต็มใจ
  • นักชิมของมิชลินไกด์ถูกเทรนด์จากมิชลินด้วยมาตรฐานเดียวกัน ตามคำมั่นสัญญา 5 ข้อ ที่ยึดถือกันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 คือ การใช้บริการแบบไม่เปิดเผยตัว ความเป็นอิสระ การคัดเลือกสถานที่และการตัดสินใจ การปรับปรุงรายปี และความมีมาตรฐาน ทำให้มั่นใจได้ว่าทั้ง 22 ประเทศทั่วโลกที่มิชลินเข้าไปสำรวจมีมาตรฐานเดียวกัน
  • เวลานักชิมของมิชลินไกด์เข้าไปทำการเทสก็จะปลอมตัวไปเป็นลูกค้าปกติ ทานอาหาร และจ่ายเงินทุกอย่างเหมือนคนทั่วไป ทำให้ทุกเมนูที่ชิมมีรสชาติเดียวกับที่คนอื่นๆ ทาน และใช้เวลาในการชิมร้านหนึ่งๆ 3-4 ครั้ง ใน 1 ปี เพื่อตรวจสอบความเสมอต้นเสมอปลายของคุณภาพ รสชาติของอาหาร และบริการ อีกทั้งยังมีจดหมายจากลูกค้าที่ส่งมาถึงมิชลินไกด์ที่นำมาเป็นเกณฑ์ในการตัดสินด้วย
  1. Yat Lok
    เมนูที่ต้องลองซึ่งก็คือห่านย่างเมื่อมาเที่ยววันหยุดที่ฮ่องกงอันดับ1ในเมนูห่านย่าง แต่ร้านดาวมิชลิน1ดวงอย่าง Yat Lokก็ได้ตำแหน่งไปครองเสมอ ร้านอาหารที่เรียบง่ายนี้ตั้งอยู่ที่ใจกลางย่านเซ็นทรัลและได้มิชลินสตาร์ตั้งแต่ปี 2015 บริการเมนูย่างร้อนๆให้บรรดาผู้หิวโซที่เข้ามายังร้านเล็กๆแห่งนี้ในช่วงเวลาทานอาหาร เมนูที่ไม่สั่งถือว่าผิดคือเมนูห่านย่าง หนังห่านที่มันเงามีความบางและกรุบกรอบอย่างไม่น่าเชื่อ บวกกับเลอเยอร์ของมันและเนื้อห่านที่นุ่ม ชุ่มชื้นข้างใต้ เนื้อห่าน Yat Lok ทำออกมาได้พอดีมาก มีความเหนียวนุ่ม ไม่มันเกินไป 
    ที่ตั้ง: Hong Kong, Central, Stanley St, 34-38號HK 香港島 中環 士丹利街34-38號 金禾大廈地鋪 Conwell House

  2. Ah Yat Harbour View Tsim Sha Tsui
    สำหรับอาหารกว้างตุ้งแบบต้นตำหรับที่ผสมผสานกับการดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ ร้านAh Yat Harbour Viewในย่านจิมซาจุ่ยที่ได้รับมิชลินสาร์ 1ดวงมีชื่อเสียงในเรื่องเมนูหอยเป๋าฮื้ออิวาเตะตุ๋น (Braised iwate abalone)
    และเมนูที่มีชื่อเสียงของร้านอย่างข้าวผัด Ah Yat (Ah Yat Signature Fried Rice) คุณควรได้ลิ้มลองอาหารกวางตุ้งที่ผสมผสานกับการดัดแปลงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น  อาทิเมนูอบยัดไส้พร้อมตับห่าน (Baked Stuffed Carb with Foie Gras) และ แป้งอบไส้ไก่เสิร์ฟพร้อมกับเป๋าฮื้อทั้งตัว (Baked Chicken Pastries with Whole Abalone)
    ที่ตั้ง: Shop 2901, 29/F, iSQUARE, 63 Nathon Road, Tsim Sha Tsui

  3. Arbor
    ร้าน Arborถูกออกแบบมาเพื่อนำผู้ท่านอาหารออกจากความวุ่นวายของฮ่องกง ร้านจึงมีเมนูอาหารฝรั่งเศสแบบร่วมสมัยที่มีส่วนผสมตามฤดูกาลระดับพรีเมี่ยมนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นมาตรฐาน เมนูอาหารกลางวันที่ประกอบด้วยอาหารถึง 4จานมาในราคาเพียง $100 ซึ่งไม่แพงเกินไปเมื่อเปรียบเทียบกับร้านอาหาร fine-dining ที่อื่น เมนูไฮไลท์ในช่วงนี้คือเนื้อวากิว (A4 Wagyu Tenderloin)
    เมนูขนมปังอย่าง ขนมปังเนยสาหร่ายทะเลเสิร์ฟพร้อมกับไข่ปลาในเนย (Seaweed brioche with cod roe butter) จนถึงกุ้งลังกู้สตีนสไตล์ไอซ์แลนด์ (Icelandic langoustine) ที่รังสรรค์อย่างสมบูรณ์แบบ และหอยนางรมอิบิสุ (Ebisu oyster entrees)
    ที่ตั้ง: Hong Kong, Central, Queen’s Road Central, 80號HK 香港島H Queen’s 25  

  4. Ho Hung Kee
    Ho Hung Kee
    เป็นร้านบะหมี่เกี๊ยวร้านแรกในฮ่องกงที่ได้รับมิชลินสตาร์ และยังคงเป็นบะหมี่เกี๊ยวที่ดีที่สุดในเมืองฮ่องกงที่คุณจะได้ทานบะหมี่เกี๊ยวสไตล์ฮ่องกง บะหมี่เกี๊ยวน้ำ (House Speciality Wanton Noodle in Soup) เป็นหนึ่งในเมนูของ Ho Hung Keeที่ดูธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาคือเต็มไปด้วยรสชาติที่กลมกล่อมจากอาหารทะเลแห้งและกระดูกหมูที่เป็นส่วนผสมหลักของน้ำซุป ตัวเกี๊ยวให้เนื้อสัมผัสนุ่มๆซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างไส้กุ้งสับและหมูสับโดยเพิ่มความพิเศษลงไปด้วย
    ที่ตั้ง: 1204-1205 Hysan Place, 500 Hennessy Road, Causeway Bay

  5. Qi – House of Sichuan
    หม่า ล่า คือชื่อที่ติดปากคนไทยในตอนนี้ นั่นคือต้นตำรับรสชาติอาหารเสฉวนนั่นเอง อาหารเสฉวนไม่ได้เผ็ดลิ้นชาและเปรี้ยวปรี๊ดเหมือนกับที่หลายๆคนเข้าใจต้องลองชิม ซึ่งเมนูในร้านมีเครื่องหมายกำกับไว้เรียบร้อยสำหรับอาหารที่มีลูกโดดรสเผ็ดและเมนูที่มีส่วนประกอบของหม่าล่าที่เผ็ดจนลิ้นชา และหากท่านไหนชอบความเผ็ดร้อนและชาปลายลิ้นแล้ว เมนูซิกเนเจอร์ของร้านคือ ซุปพริกเผาเนื้อปลากระพงจีน (Chilli Oil Soup with Braised Mandarin Fish Fillet)กลิ่นหอมและเนื้อปลาตุ๋นฉ่ำๆในเครื่องเทศน์มากมายหลายชนิดทำให้รสชาตินี้ลืมไม่ลงเลยทีเดียว
    ที่ตั้ง: J Senses, Shop 12, 2/F, 60 Johnston Rd, Wan Chai, Hong Kong

  6. Tai Woo Seafood Restaurant
    มาถึงอาหารทะเลกันบ้างอาหารทะเลที่ปรุงอย่างดีในราคาที่สมเหตุสมผล การผสมผสานความหลากหลายของเมนูระดับพรีเมี่ยมตั้งแต่ หอยเป๋าฮื้อ (36-Head Abalone) จนถึงเนื้อย่าง (Roast Meat Platters) ในเซทยังรวมลอบสเตอร์อบในซุป  (Whole Baked Lobster in Superior Broth) แยกมาอีกด้วย ในมื้อยังรวมอาหารกวางตุ้งจานหลักอย่างข้าวปลาผัดขิง (Fish Fillet Ginger Fried Rice)
    ที่ตั้ง: 9/F, Causeway Bay Plaza 2, 463-483 Lockhart Road, Causeway Bay  

  7. Keung Kee
    ไปฮ่องกงต้องไปทานห่านย่าง และเรื่องห่านย่าง หมูย่าง เนื้อนุ่ม ราดน้ำมาชุ่มฉ่ำ ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยมาก ต้องยกให้ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งในร้านที่ต้องตามหา และเป็นร้านเก่าแก่ประจำย่าน Causeway Bay ถ้ามาช่วงเย็นคนแน่นร้านตลอดแต่เป็นร้านที่ใหญ่พอสมควรจึงทำให้การรอคอยในการต่อคิวไม่นานจนทำให้โมโหหิวได้ค่ะ
    ที่ตั้ง : 382 Lockhart Road, Wan Chai MTR สถานี Causeway Bay ทางออก A

  8. Hop Yik Tai
    เมนูท้องถิ่นสุดคลาสสิก ก๋วยเตี๋ยวหลอดสไตล์ฮ่องกง โดยเป็นก๋วยเตี๋ยวหลอดที่ทำจากแผ่นแป้งก๋วยเตี๋ยวนุ่มๆ ที่ตัดเป็นขึ้นพอดีคำ แล้วนำมานึ่งพร้อมราดซอสเนยถั่ว ซอสหวานและซอสพริก โรยหน้าด้วยงาขาว เป็นเมนูที่ชาวฮ่องกงนิยมทานเป็นอาหารทานเล่นระหว่างวัน
    ที่ตั้ง : 121 Kweilin Street  MTR สถานี Sham Shui Po

  9. Lin Heung Kui
    หากท่านต้องการทานติ่มซำ ที่นี่ไม่ควารพลาด อยู่ในย่านCentralเป็นหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับประสบการณ์การทานติ่มซำแบบต้นตำหรับคือการเสิร์ฟติ่มซำด้วยรถเข็นโบราณซึ่งทุกๆรถเข็นนั่นเอง และเมนูที่โด่งดังในร้านนี้ก็ เช่นฮะเก๋า ขนมจีบ มาลายโก้หรือเค้กนึ่งแบบจีน และอื่นๆ และยังสามารถเพิ่มเมนูอื่นๆที่คุณต้องการจากรถเข็นติ่มซำได้อีก
    ที่ตั้ง: 2-3/F, 46-50 Des Voeux Road West, Sheung Wan

  10. Tasty Congee and Noodle Wantun Shop
    ร้านนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นจุดเด่นของครัวแบบกวางตุ้งที่ดี เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดกับเนื้อแบบคลาสสิคของเทสตี้ได้รับการรังสรรค์อย่างดีให้ไม่มันหรือแห้งจนเกินไป เสิร์ฟคู่กับชิ้นเนื้อนุ่มๆในลักษณะมากับกระทะ และเมนูคลาสสิคอย่างโจ๊กหมูสับไข่เยี่ยวม้า (Century Egg and Minced Pork Congee) เมนูกุ้งก็เป็นไฮไลท์หนึ่งของที่ร้าน และแน่นอนว่าต้องสั่งฮะเก๋า รวมไปถึงก๋วยเตี๋ยวหลอดสไตล์ฮ่องกง (Hong Kong-style Prawn Cheong Fun)ที่มาพร้อมกับกุ้งกรุบกรอบตัวใหญ่
    ที่ตั้ง: Shop 3016-18, ifc mall, 8 Finance St, Central, Hong Kong

  11. Mammy Pancake
    วาฟเฟิลไข่สไตล์ฮ่องกงหรือ eggette ที่ยืนหนึ่งในใจวัยรุ่นไทย เป็นขนมที่ใช้แม่พิมพ์แบบพิเศษที่ทำให้ส่วนผสมมีลักษณะเหมือนฟองฟูๆ สำหรับวาฟเฟิลไข่ไก่ที่มีขอบกรอบๆและมีเนื้อวาฟเฟิลทรงกลมหนานุ่มที่สามารถเป็นของว่างได้ดี ตอนนี้สาขาจิมซาจุ่ยได้อยู่ในลิสต์มิชลินเพลท และห้ามพลาดเมนูน้ำมะนาวสดชื่นหรือชานมสไตล์ฮ่องกง
    ที่ตั้ง: G/F, Carnarvon Mansion, 8-12 Carnarvon Road, Tsim Sha Tsui

  12. Kwan Kee Store
    ร้านขนมหวานจีนโบราณหากินยากที่ได้เป็น ร้านมิชลินสตาร์ ฮ่องกง ร้านดัง คนแน่นไม่ขาดสาย ขนมที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ปุด-ไจ๋-โก๊ว หรือ พุดดิ้งถั่วแดงนั่นเอง และร้านนี้ยังมีขนมขึ้นชื่ออีกอย่างเช่น  ปาก-ถ่อง-โก๊ว ขนมเค้กจีนโบราณสีขาว และ จี๊-หม่า-โก๊ว ขนมหวานเนื้อเหนียวหนึบ สีดำ คล้ายขนมเปียกปูนของไทย
    ที่ตั้ง : 115-117 Fuk Wa Street, Sham Shui Po